รุนแรงขึ้นทุกปี..คลื่นยักษ์กลืนวัดหน้าโกศหายกลายเป็นทะเล-กัดเซาะพื้นที่ชาวบ้านพร้อมถนนทางหลวงปากพนัง-หัวไทร

เปิดอ่าน 3,058 views

คลื่นยักษ์ซัดถล่มกัดเซาะถนนทางหลวง 4013 ปากพนัง –หัวไทร หนักขึ้นมากกว่าเดิม-พื้นถนนลาดยางมะตอยหลุดเป็นแผ่น ๆ ต้นไม้ป่าชายเลนหักโค่นล้มระเนระนาด-จนท.ปิดการจราจร 1 ช่องทางเคลียร์เศษสิ่งปฏิกูลพร้อมปักป้ายเตือน
(28 พ.ย.) จากกรณีที่เกิดมรสุมในทะเลอ่าวไทย ทำให้มีคลื่นยักษ์พัดซัดถล่มแนวชายฝั่งจังหวัดนครศรีธรรมราชอย่างรุนแรงทุกปี โดยถนนเลียบชายทะเลสาย 4013 ปากพนัง- หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช คลื่นยักษ์ซัดกัดเซาะชายฝั่ง และไหล่ทางถนน โดยมีผิวจราจรชำรุดเสียหายจำนวนหลายจุด
โดยในปีนี้มีแนวว่าจะรุนแรงกว่าทุกปี ซึ่งเจ้าหน้าที่แขวงทางหลวงนครศรีธรรมราชที่ 1 และ เจ้าหน้าที่หมวดทางหลวงหน้าสตน อำเภอหัวไทร ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ออกสำรวจติดตั้งป้ายบอกสัญญาณอันตรายตลอดแนวถนนทั้งสองฝั่งถนน พร้อมจัดชุดเคลื่อนที่เร็วคอยเฝ้าระวังและเข้าปรับปรุงเคลียร์เส้นทางตลอด 24 ชม. ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
(28 พ.ย.)ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าว่าคลื่นยักษ์ยังคงซัดกัดเศษแนวถนนอย่างต่อเนื่องและรุนแรงกว่าเดิม ในจุดที่มีแท่งปูนปักเป็นแนวกันคลื่นเมื่อคลื่นยักษ์จากทะเล เข้ามากระทบทำให้น้ำกระเซ็นเป็นวงกว้าง
จากการสังเกตพบว่าแท่งปูนแนวกันคลื่นบางส่วนถูกคลื่นซัดจนชำรุดเสียหายหนักไปด้วย และจุดที่คลื่นซัดกัดเซาะขยายวงกว้างไปยังจุดอื่น ๆ ที่ไม่มีแท่งปูนกันคลื่นส่งผลให้พื้นดินถูกกัดเซาะจนแหว่งเข้ามาถึงแนวถนนลาดยางและต้นไม้ป่าชายเลนหักโค่นล้มระเนระนาด
ทำให้ต้นไม้ ก้อนหิน ดินทรายและสิ่งปฏิกูลที่ถูกคลื่นซัดหอบขึ้นมาจากทะเลกระจายเกลื่อนบนถนนเป็นระยะทางหลายร้อยเมตร ทำให้การสัญจรไปมาเป็นไปด้วยความยากลำบาก
ในขณะที่นายสำเริง นวลศรี หัวหน้าหมวดทางหลวงหน้าสตนได้นำพนักงานเจ้าหน้าที่ทำการปิดการจราจร 1 ช่องทางคือช่องจราจรฝั่งที่ติดกับทะเล ก่อนจะช่วยกันเก็บกวาดเศษสิ่งปฏิกูลออกจากพื้นผิวการจราจรอย่างเร่งด่วน
นอกจากนี้ยังพบว่า บริเวณบ้านบ่อคณที ต.ขนาบนาก อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ห่างจากจุดที่มีแทงปูนแนวกันคลื่นประมาณ 500 เมตรถูกคลื่นซัดกัดเซาะอย่างรุนแรง ความรุนแรงของคลื่นยักษ์ส่งผลให้ผิวการจราจรที่ลาดยางมะตอยเว้าแหว่งและหลุดออกมาเป็นแผ่น ๆ
ส่งผลให้ผิวการจราจรในช่องที่ติดกับทะเลแทบจะไม่สามารถใช้การได้ เจ้าหน้าที่หมวดทางหลวงหน้าสตน จึงนำกรวยยางมาตั้งปิดการจราจรในจุดดังกล่าว พร้อมติดตั้งป้ายเตือนขนาดใหญ่ “น้ำกัดเซาะไหล่ทางชำรุด” เพื่อเตือนให้ผู้ใช้รถใช่ถนนเพิ่มความระมัดระวังให้มากขึ้น
นายสำเริง นวลศรี หัวหน้าหมวดการทางหน้าสตน กล่าวในช่วงฤดูฝนถนนทางหลวงสาย 4013 เลียชายทะเลปากพนัง-หัวไทร ประสบปัญหาคลื่นซัดกัดเซาะเป็นประจำทุกปี ในปีนี้สถานการณ์ค่อนข้างรนแรงกว่าทุก ๆ ปี และครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 แล้ว ครั้งแรกในช่วงต้นเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา
ซึ่งกรมอุตุนิยมวิทยาได้ประกาศเตือนภัยมาหลายวันแล้ว และคาดว่าสถานการณ์จะอยู่ในลักษณะนี้ต่อไปอีกอย่างน้อย 3-4 วัน โดยทางหมวดการทางหน้าสตน จะกำลังนำกำลังเจ้าหน้าที่แขวงการทางออกอำนวยความสะดวกแก่สัญจรผ่านไปมาบริเวณถนนสายดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง
แต่การปรับปรุงซ่อมแซมถนนบริเวณดังกล่าวด้วยความยากลำบากเพราะคลื่นมีกำลังแรงตลอดเวลา และเพื่อเฝ้าระวังและแก้ไขปัญหา ตนได้จัดชุดลาดตระเวนตรวจสอบบนถนนสายนี้ระยะทาง 20-30 กม.ตลอด 24 ชม.เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นกับผู้ใช้รถใช้ถนนได้
อย่างไรก็ตามจะยังไม่ปิดการจราจรบนถนนสายนี้ โดยจะพยายามเปิดการจราจรให้ได้อย่างน้อย 1 ช่องทาง และขอให้ผู้ใช้รถใช้ถนนเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ หากไม่จำเป็นก็ควรจะเสี่ยงไปใช้เส้นทางอื่น และหากสถานการณ์รุนแรงคลื่นซัดจนถนนขาดก็จะต้องรีบซ่อมแซมอย่างเร่งด่วนให้สามารถเปิดการจราจรได้ภายใน 1 วัน นายสำเริงกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนหน้านี้ถนนเลียบชายทะเลสายนี้จะอยู่ห่างจากทะเลประมาณ 500-1,000 เมตร และพื้นที่ระหว่างถนนกับทะเลตลอดแนวจะเป็นพื้นที่ของชาวบ้านหลายร้อยราย แต่ละรายจะมีเอกสารสิทธิ์ที่ดินทั้งโฉนดที่ดิน นส.3 ก.
ชาวบ้านส่วนใหญ่จะปลูกบ้านเรือนอยู่ในที่ดินของตัวเอง ในช่วง 10 ปีที่ผ่านถูกคลื่นซัดกัดเซาะเข้ามาเรื่อย ๆ จนที่ดินและบ้านเรือนของชาวบ้านพังเสียหายเกือบทั้งหมด แม้แต่วัดหน้าโกศ ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่คู่จังหวัดนครศรีธรรมราช วัดหนึ่งก็ถูกคลื่นซัดหายไปในทะเล ทำให้ปัจจุบันจึงไม่มีวัดหน้าโกศอยู่ในสาระบบอีกเลย
ในขณะที่แนวชายฝั่งทะเลอ่าวไทยได้ขยายเข้ามาชิดกับแนวถนน ส่งผลให้ประชาชนที่อาศัยอยู่เดิม ต้องอพยพไปหาที่อยู่ใหม่ ส่วนที่ดินตามเอกสารสิทธิ์เดิมถูกทะเลกลืนหายไปทั้งหมด จนเป็นที่มาของคำกล่าวที่ว่า “โฉนดทะเล” โดยที่ดินของชาวบ้านกลับกลายไปเป็นของทางราชการในความรับผิดชอบของกรมเจ้าท่าไปโดยปริยาย
“ในกรณีนี้ทำให้ประชาชนเสียสิทธิ์ในที่ดินของตัวเอง ทั้ง ๆ ที่มีการครอบครองที่ดินตามเอกสารสิทธิ์อย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยการเสียสิทธิ์ในลักษณะนี้จึงไม่น่าเป็นธรรมกับประชาชน ในขณะนี้จึงมีประชาชนนับร้อยรายที่เสียสิทธิ์ในที่ดินตลอดแนวชายฝั่งได้รวมตัวกันปรึกษาหารือเพื่อหาแนวทางทวงสิทธิ์ในที่ดินโฉนดทะเลคืน เรียกร้องชดเชยการสูญเสียในกรรมสิทธิ์ที่ดินให้กับประชาชนด้วย.
ไพฑูรย์ อินทศิลา /กัญญาณัฐ เพ็ญสวัสดิ์ /นครศรีธรรมราช
28 พ.ย. 2558
1448698333 1448698401 14486983332 14486983333 14486983334 14486983335 14486983742 14486983743 14486983744 14486983745 14486984012 14486984013 14486984014

ร่วมแสดงความคิดเห็น
TAGS ที่เกี่ยวข้อง