บุกจับ “พงศ์ปณต สนิท”ผอ.สตง.ขณะขับ จยย.ออกจากศาลแขวงเมืองคอน

เปิดอ่าน 865 views

ตำรวจบุกจับกุม นายพงศ์ปณต สนิท ผอ.กลุ่มตรวจสอบดำเนินงาน สตง.ภูมิที่ 14 จังหวัดนครศรีธรรมราช-ข้อหาขัดคำสั่งศาลอาญาที่ หลัง ม.วลัยลักษณ์ฟ้องหมิ่นประมาท และ พ.ร.บ.คอม ฯ-ศาลเมืองคอนพิจารณาไม่มีอำนาจควบคุมตัวก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะตกลงกันได้ขอไปรายงานตัวที่ศาลอาญาเอง-จึงปล่อยตัวเป็นอิสระชั่วคราว

จากกรณีที่ ร.ต.อ.สุรชัย ตันจรูญ รอง สวป.สภ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช นำกำลังตำรวจ พร้อมทนายความและเจ้าหน้าที่ระดับสูงของของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เข้าจับกุมตัวนายพงศ์ปณต สนิท ผอ.กลุ่มตรวจสอบดำเนินงาน สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินภูมิภาคที่ 14 จังหวัดนครศรีธรรมราช ในขณะที่นายพงศ์ปณพ ขับรถ จยย. ออกจากศาลแขวงจังหวัดธรรมราช ซึ่งเป็นการจับกุมตามหมายจับศาลอาญา กรุงเทพ ในข้อหาขัดคำสั่งศาลอาญา กรุงเทพ ในคดีที่มหาวิทยาลัยมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ยื่นห้องนายพงศ์ปณพ ในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาและนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ จากการที่นายพงศ์ปณพ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่าการแต่งตั้ง ดร.สุเมธ แย้มนุ่น ดำรงตำแหน่งรักษาอธิการบดีไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงเบิกจ่ายเงินค่าตอบแทน (เงินเดือน)ให้นายสุเมธ แย้มนุ่นโดยมิชอบ ซึ่งศาลอาญาได้นัดไต่สวนแต่นายพงศ์ปณต ฝ่าฝืนไม่ยอมไปศาลตามนัด ศาลอาญาจึงออกหมายจับกุมตัวเมื่อวันที่ 29 ธ.ค.ที่ผ่านมา

(30 ธ.ค.) นายพงศ์ปณพ สนิท เปิดเผยว่า หลังการจับกุมเจ้าหน้าที่นำควบคุมตัวตน มาส่งยังศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อให้ศาล ฯพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยศาลได้พิจารณาแล้วเห็นว่าศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช ไม่มีอำนาจในการควบคุมตัวตนในฐานะจำเลย เนื่องจากเป็นอำนาจของศาลอาญา กรุงเทพ จะต้องส่งตัวไปยังอาญา กรุงเทพ ซึ่งเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช จึงให้ทั้งสองฝ่ายเจรจาหาข้อยุติโดยตนยืนยันว่าไม่เคยได้รับหมายเรียกจากศาลอาญาปแต่อย่างใด หากได้รับหมายเรียกก็พร้อมที่จะเดินทางไปศาลตามหมายเรียกทันที ในที่สุดมีการตกลงกันว่าให้ตน เดินทางไปรายงานตัวต่อศาลอาญาด้วยตัวเอง หากยังฝ่าฝืน บิดพริ้วก็จะมีการจับกุมดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างเด็ดขาด ซึ่งตนรับที่จะดำเนินการตามข้อตกลง ศาลจึงสั่งปล่อยตัวตน เป็นอิสระชั่วคราว

“ เรื่องทั้งหมดเกิดจากการที่ตนเข้าไปตรวจสอบการทุจริตการก่อสร้างศูนย์การแพทย์ ม.วลัยลักษณ์ อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช และพบการทุจริตอย่างชัดเจน รวมทั้งการแต่งตั้ง ดร.สุเมธ แย้มนุ่น รักษาการอธิการบดี ม.วลัยลักษณ์ ที่พบว่ามีการแต่งตั้งโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ดังนั้นการจ่ายเงินค่าตอบแทนให้ ดร.สุเมธ เดือนละ 180,000 บาทก็ไม่ชอบด้วยกฎหมายด้วย ซึ่งตนได้สรุปผลการตรวจสอบเสนอต่อสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินแล้ว และได้ให้สัมภาษณ์เรื่องดังกล่าวกับสื่อมวลชน ทำให้ทาง ม.วลัยลักษณ์ยื่นห้องตนในข้อหาหมิ่นประมาทและ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ต่อศาลอาญาดังกล่าว”

นายพงศ์ปณพ สนิท กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ทางสำนักงานอุดมศึกษาได้มีหนังสือด่วนที่สุดที่ ศธ. 0592(2).8 /7563ลงวันที่ 15 กรกฏาคม 2559 ถึงสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ให้พิจารณา ฯและคณะกรรมการกฤษฎีกาวินิจฉัยและสรุปชัดเจนแล้วตามเอกสารเลขที่ 1359/2559 ว่าการแต่งตั้งและการจ่ายเงินค่าตอบแทนให้ ดร.สุเมธ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย การแจ้งความดำเนินคดีตนจนนำมาสู่การจับกุมตนในครั้งนี้บ่งบอกให้เห็นอย่างชัดเจนว่ามีขบวนการขัดขวางการตรวจสอบทุจริตด้วยวิธีการต่าง ๆ เพื่อกดดันกลั่นแกล้งตนในฐานะผู้ตรวจสอบ จนถึงขั้นกดดันให้ผู้มีอำนาจสั่งให้ตนยุติการปฏิบัติหน้าที่ตรวจสอบการทุจริตใน ม.วลัยลักษณ์

“จนล่าสุดถึงขั้นมีคำสั่งย้ายตนพ้นหน้าที่ในตำแหน่งไปประจำในตำแหน่ง ผอ.กลุ่มตรวจสอบดำเนินงาน สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินภูมิภาคที่ 2 จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 14 พ.ย. 2559ที่ผ่านมา แต่ตนถือว่าเป็นคำสั่งที่มิชอบด้วยกฎหมาย จึงไม่ยอมเดินทางไปรายงานตัวตามคำสั่งและยื่นฟ้องศาลปกครองนครศรีธรรมราช รวมทั้งยื่นฟ้องอาญาผู้วิธีการในการกดดัน ขัดขวางการตรวจสอบ ซึ่งตนยืนยันว่าหากไม่มีตนจะไม่มีใครกล้าเข้าไปตรวจสอบทุจริตใน ม.ลัยลักษณ์อีกอย่างแน่นอน เพราะหากใครตรวจสอบก็จะโดนกลั่นแกล้งให้ได้รับความเดือดร้อนเหมือนตน ซึ่งต่อไป ม.วลัยลักษณ์จะปลอดการตรวจสอบทุจริตไปโดยปริยาย ในเรื่องนี้ตนจะแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนอย่างเป็นทางการอีกครั้งหนึ่งในวันสองวันนี้” นายพงศ์ปณต กล่าวในที่สุด .15727357_1203768046325522_5517873345960336819_n 15747590_1203768066325520_4578351150019775458_n 15780906_1203768036325523_2646790957947005903_n

เครดิต : ไพฑูรย์ อินทศิลา

ร่วมแสดงความคิดเห็น