เจ้าพระยานคร
(น้อย) หรือเจ้าพระยานครศรีธรรมราช(น้อย) ตามหลักฐานราชการกล่าวว่า
เป็นบุตรเจ้าพระยาสุธรรมมนตรี (พัฒน์) แต่คนทั้งหลายเข้าใจกันว่าเป็น
พระเจ้าลูกยาเธอ ในสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เพราะปรากฏว่า
เมื่อเจ้าพระยานครศรีธรรมราช(หนู) เข้ามารับราชการอยู่ที่กรุงธนบุรี
ได้ถวายธิดาชื่อ ฉิม แด่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช และมีน้องสาวมาอยู่ด้วย
ได้เป็นบาทบริจาริกาในสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชอีกคนหนึ่ง ปลายรัชกาล
บ้านเมืองเกิดกลียุค พระองค์ได้พระราชทานน้องสาวเจ้าจอมฉิมคนนี้แก่เจ้าพระยาสุธรรมมนตรี(พัฒน์)
ขณะนั้นได้มีครรภ์อ่อนๆอยู่แล้ว ครั้นคลอดบุตรเป็นชาย จึงเชื่อกันว่าเจ้าพระยานครศรีธรรมราชเป็นพระราชโอรสในสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
เจ้าพระยานครศรีธรรมราช(น้อย) เริ่มเข้ารับราชการในต้นรัชสมัย
พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ใน พ.ศ. 2354 กล่าวคือ เมื่อถวายพระเพลิงพระบรมศพ
พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬษโลกมหาราชแล้ว เจ้าพระยานครศรีธรรมราช(พัฒน์)
เข้าเฝ้าทูลละอองทุลีพระบาท กราบบังคมทูลพระกรุณาว่ามีความชอบชรา
หูหนัก จักขุมัว หลงลืม ขอพระราชทานถวายบังคมลาออกจากราชการ
พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า
เลื่อนเจ้าพระยานครศรีธรรมราช(พัฒน์) ขึ้นเป็นเจ้าพระยาสุธรรมมนตรี
ตำแหน่งจางวาง และทรงตั้งพระบริรักษ์ภูเบศร(น้อย) ผู้ช่วยราชการเมืองนครศรีธรรมราช
ว่าราชการเมืองนครศรีธรรมราช
เจ้าพระยานครศรีธรรมราช(น้อย) ได้รับราชการสนองพระเดชพระคุณเป็นอย่างดี
ผลงานที่สำคัญ ในชีวิตของท่าน ได้แก่
การรวบรวมเมืองไทรบุรีให้อยู่ในพระราชอาณาจักรไทย ไทรบุรีเป็นหัวเมืองประเทศราชของไทยมาแต่เดิม
ตั้งแต่เมื่อครั้งที่ได้รับอิทธิพลวัฒนธรรมฮินดู-พุทธร่วมกัน
ต่อมาเมื่อมะละกามีอำนาจในคาบสมุทรมลายู เมื่อราวพุทธศตวรรษที่
20 ไทรบุรีได้หันมานับถือศาสนาอิสลาม ถึงสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นระหว่างที่ไทยกับพม่าทำสงครามกับไทรบุรี
เริ่มใช้นโยบายอิงมหาอำนาจอังกฤษ เพื่อคานอำนาจทั้งไทยและพม่า
ทำให้ไทยต้องหาทางดึงอำนาจกลับมา เพราะมิฉะนั้นไทรบุรี ก็จะไปเข้าข้างอังกฤษบ้าง
พม่าบ้าง ซึ่งไม่เป็นผลดีแก่ไทย จนเจ้าพระยานครศรีธรรมราช(น้อย)
มีอำนาจสิทธิขาดในเมืองนครศรีธรรมราช ได้ยกกองทัพไปปราบเมืองไทรบุรีอยู่หลายครั้ง
จึงได้ไทรบุรีในอำนาจ
ด้านการทูต เจ้าพระยานครศรีธรรมราช(น้อย) เป็นนักการทูตคนสำคัญของประเทศ
โดยเฉพาะการทูตระหว่างไทยกับอังกฤษ ในสมัยรัชกาลที่ 2 - 3 เจ้าพระยานครศรีธรรมราช(น้อย)
มีความเฉลียวฉลาด มีปฏิภาณไหวพริบในการเจรจาความเมือง และผลแห่งการเป็นนักการทูตผู้มีปฏิภาณทำให้เมืองนครศรีธรรมราช
มีอิทธิพลต่อหัวเมืองมลายู และเป็นที่นับถือยำเกรง
การต่อเรือ เจ้าพระยานครศรีธรรมราช(น้อย) มีความเชี่ยวชาญในการต่อเรือ
ได้ต่อเรือกำปั่นหลวงสำหรับบรรทุกช้าง ไปขายต่างประเทศ ทำให้ประเทศชาติมีคายได้มาก
และที่สำคัญคือได้ต่อเรื่อรบขนาดใหญ่ที่ต้องใช้กรรเชียง 2 ชั้น
เรือรบที่ต่อมี ขนาดใหญ่กว่าที่เคยปรากฏมาก่อน เจ้าพระยานครศรีธรรมราช(น้อย)
ได้ต่อเรือรบและเรือลาดตระเวนเหล่านี้ที่เมืองตรัง ประกอบด้วย
ขบวนเรือทั้งหมดประมาณ 300 ลำ ซึ่งเข้าใจว่าเป็นกองทัพเรือที่มีขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในพระราชอาณาจักร
เจ้าพระยานครศรีธรรมราช(น้อย) ได้ถึงแก่อสัญกรรมใน พ.ศ. 2382
ขณะเตรียมทัพไปปราบไทรบุรีครั้งสุดท้าย โดยเป็นโรคลมให้อาเจียนน้ำลายเหนียว
เสมหะปะทะหน้าอก อาการโรคกำเริบขึ้น และถึงแก่อสัญกรรมในคืนวันนั้น
รวมเวลาปกครองเมืองนครศรีธรรมราช 28 ปี
ขอบคุณที่มา : วัฒนธรรม
พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ เอกลักษณ์และภูมิปัญญา นครศรีธรรมราช
ขอบคุณ : ห้องศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน อ.ร่อนพิบูลย์
|