|
นายประเวศ
ลิมปรังษี
|
นายประเวศ ลิมปรังษี เกิดเมื่อวันที่ ๑๗ กันยายน
พ.ศ.๒๔๗๓ ที่อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช บิดาชื่อนายเชื่อง
มารดชื่อ นางสลิ่ม ได้สมรสกับนางบุญปรุง มีบุตร ๓ คน ชาย ๑ หญิง
๒ คน
เมื่ออายุประมาณ ๖ ขวบ ครอบครัวได้ย้ายเข้าไปอยู่ในตัวเมืองนครศรีธรรมราช
เข้าเรียนหนังสือชั้นประถมที่โรงเรียนประภมเทศบาล ๗ วัดท่าโพธิ์
ตำบลท่าวัง อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช จนจบชั้นประภมปีที่
๔ จากนั้นได้เข้าเรียนโรงเรียนมัทธยมวัดจันทาราม ที่โรงเรียนนี้มีเรื่องที่น่าแปลก
คือพระเป็นช่างทั้งวัด ทั้งยังมีคำพังเพยของชาวนครศรีธรรมราชว่า
ใครอยากเป็นนายให้อยู่วัดท่าโพธิ์ ใครอยากกินขนมต้มขนมโคให้อยู่วัดวังใครอยากเป็นช่างให้อยู่วัดจันท์
เมื่อเรียนจบชั้นมัธยมปีที่ ๔ อยากเรียนช่างยนต์ จึงเดินทางเข้ากรุงเทพฯ
ไปเรียนต่อที่โรงเรียนอำนวยศิลป์ธนบุรี ในชั้นมัธยมปีที่ ๕ และ
๖ เมื่อจบก็สอบเข้าที่โรงเรียนช่างกลปทุมวัน แต่สอบเข้าไม่ได้
ขณะนั้นเตรียมมหาวิทยาลัยศิลปากร (หรือที่เรียกว่าโรงเรียนศิลปศึกษา)
เปิดรับสมัครนักเรียนเตรียมช่างสิบหมู่ นายประเวศ ลิมปรังษี จึงไปสอบเข้าเรียน
ณ โรงเรียนแห่งนี้ เรียน ๒ ปี จบหลักสูตรในวิชาช่างไทย ในปี พ.ศ.๒๔๙๖
ต่อมาได้เข้าเรียนที่คณะสถาปัตยกรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร เป็นรุ่นแรก
เป็นศิษย์ของศาสตราจารย์พระพรหมพิจิตร(อู๋ ลาตานนท์) ผู้เชี่ยวชาญกรมศิปากร
ขณะที่เรียนอยู่ที่คณะสถาปัตยกรรม ได้ทำงานหรือฝึกงานไปด้วย ทำให้เกิดความรู้และความชำนาญทั้งหมดในทางทฤษฎีและปฎิบัติ
เรียนอยู่ ๓ ปี ได้วุฒิอนุปริญญาด้านสถาปัตยกรรมไทย พ.ศ.๒๕๐๑ บรรจุเข้าทำงานในมหาวิทยาลัยศิลปากรในตำแหน่งครูตรีทำหน้าที่สอนวิชาสถาปัตยกรรมไทย
พ.ศ.๒๕๐๘ ทำงานเป็นช่างศิลปะตรี กองหัตถศิลป์ กรมศิลปากร ได้ทำงานเลื่อนตำแหน่งตามลำดับ
จนถึง พ.ศ.๒๕๒๑ ดำรงตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการกองหัตถศิลป์และใน พ.ศ.๒๕๓๐
ได้เป็นผู้อำนวยการกองสถาปัตยกรรม ต่อมาได้เลื่อนตำแหน่งเป็นผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านบูรณปฏิสังขรณ์
(สถาปนิก ๙) ของกรมศิลปากร นายประเวศ ลิมปรังษีทำงานศิลปะโดยยึดหลักของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ
เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์และศาสตราจารย์พระพรรมพิจิตร
คือ ศิลปะต้องเดินไปหน้า ไม่มีถอยหลัง นั่นคือ การทำงานศิลปะต้องปฏิบัติ
จะทำให้เกิดความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ถ้าจะสอนต้องสอนด้วยการฝึกพร้อมวิทยามิใช่เขียนตำราสอน
ตำราเป็นเพียงคู่มือเท่านั้น ถ้าเรียนตามตำราจะกลายเป็นวัวพันหลักความคิริเริ่มสร้างสรรค์จะไม่เกิด
ถือตามอาจารย์ที่ว่า ถ้าเขียนตำราสอนเมื่อใดก็ฆ่าศิษย์เมื่อนั้น
ผลงานด้านสถาปัตยกรรมของนายประเวศ ลิมปรังษี มีมากกว่า ๑๐๐ ชิ้น
เป็นผลงานการออกแบบและบูรณะ สำหรับตัวอย่างผลงานที่เรียกว่า พุทธศิลป์สถาปัตย์
ที่สำคัญ เช่น
- บูรณะสถูปเจดีย์พระธาตุ อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม
- พระธาตุบังพวน อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย
- พระเจดีย์วัดเทพิทักษ์บุณณาราม อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา
- ฐานพระประธานพุทธมณฑล อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม
- ฐานชุกชีพระประธาน พระอุโบสถวัดชัยพฤกษมาลา อำเภอบางกอกน้อย
กรุงเทพมหานคร
- แท่นฐานพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช จังหวัดหนองบัวลำภู
- แท่นฐานพระบรมราชายุสวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเหล้าเจ้าอยู่หัว
หน้าศาลากลางจังหวัดชลบุรี
- แท่นฐานบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวหน้าศาลากลางจังหวัดภูเก็ต
- แท่นฐานบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวหน้าศาลากลางจังหวัดสุพรรณบุรี
- แท่นฐานบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ณ สนามกีฬา จังหวัดระยอง
- พระเมรุมาศ ในพระราชพิธีถวายพระเพลงพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี
พระบรมราชินีในรัชกาลที่ ๗
- ศาลากลางน้ำ มหาวิทยาลัยรามคำแพง
- ศาลาไทย ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย
- พระที่นั่งชัยมังคลาภิเษก ใช้เป็นที่ประกอบพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา
๕ รอบ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ณ ท้องสนามหลวง
เมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ.๒๔๓๐
จากความรู้ความสมารถในด้านสถาปัตยกรรม และผมงานที่ปรากฏ มหาวิทยาลัยเคลย์ตัน
(CLAYTTON) แห่งสหรัฐอเมริกา ได้มอบปริญญาดุษฏีบันฃณฑิตกิตติมศักดิ์สาขาจิตรศิลป์
ให้แก่ นายประเวศ ลิมปรังษี เมื่อวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๒๙
ปัจจุบัน นายประเวศ ลิมปรังษี เกษียณอายุราชการแล้ว แต่ยังมีใจรักงานสถาปัตยกรรมไทยอย่างลึกซึ้ง
ได้อุทิศเวลาทุ่มเทให้กับการสร้างสรรค์งานทางด้ายสถาปัตยกรรมต่อไป
จากประวัติชีวิต และผลงานดังกล่าว คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติจึงประกาศยกย่องเชิดชูให้นายประเวศ
ลิมปรังษีเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิปลป์ (สถาปัตยกรรม).
|
|
|