นายอังคาร กัลนาณพงศ์ เกิดเมื่อวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์
พ.ศ. ๒๔๖๙ ที่บ้านหลังวัดจันทาราม ตำบลท่าวัง อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช
บิดาเป็นกำนันชื่อเข็บ
มารดาชื่อขุ้ม ปู่ ย่า ตา ทวด เป็นช่าง "ตาผมเห็นช่างใหญ่
ทั้งฝ่าย ตา ปู่ ฝ่ายทวด ทวดก็นเป็นช่างทอง ทางสายแม่ก็เป็นช่างทอง"
เข้าเรียนชั้นประถมศึกษาที่โรงเรียนวัดใหญ่และวัดจันทาราม
ในเขตอำเภอเมืองนครศรีธรรมราช เมื่อเป็นนักเรียนชั้นประถม ครูมักให้อ่านบทกวีให้เพื่อนร่วมชั้นฟัง
ต่อมาเข้าเรียนชั้นมัธยมที่โรงเรียนเบญจมราชูทิศ
เมื่อยู่ขั้นมัธยมปีที่ ๔ เริ่มเขียนบทกวีตามหลักสูตร ซึ่งให้นักเรียนหัดเขียนบทกลอน
และโคลงสี่สุภาพ ตามกฎเกณฑ์และแบบอย่าง
ของโบราณอย่างเคร่งครัด เมื่อยู่ชั้นมัธยทปีที่ ๖ ก็เขียนบทกลอนได้อย่างชำนาญ
และรู้สึกว่าควรจะให้ อารมณ์และความรู้สึกเป็นตัวกำหนดรูปแบบของบทกวี
นายอังคาร ชอบอ่านวรรณคดี เช่น รามเกียรติ์
อิเหนา ขุนช้างขุนแผน และกวีพนธ์ของสุนทรภู่มาตั้งแต่เด็ก เป็นที่ร่ำลือกันว่า
เมื่อสมัยที่เรียนอยู๋ชั้นประถมปีที่ ๔ ที่โรงเรียนวัดใหญ๋นั้น
ได้อ่ารนิราศพระประธมเจนจนจบแล้ว
นายอังคาร เล่าว่า เมื่อเป็นเด็ก แม่ชอบให้เขาอ่านหนังสือวรรณคดีต่าง
ๆ ให้ฟัง ครั้งหนึ่ง เมื่ออ่านถึงตอนที่อิเหนาต้องพรากจากบุษบา
แม่ร้องไห้ เขาก็พลอยร้องไห้ไปด้วย แต่บางครั้ง
เขาจะเป็นฝ่ายร้องไห้ก่อน เมื่อสะเทือนใจ เสียงสะเทือนใจ เสียงจะสั่น
น้ำตาไหลจนแม่ต้องบอกให้หยุด
นอกจากชอบอ่านหนังสือแล้ว ยังชอบวาดรูป และชอบสร้างโบสถ์
เจดีย์ กำแพงเมืองไว้ใต้ถุนบ้าน เพื่อนบ้านที่มาดูผลงานมักจะลงความเห้นว่าเขาเป็น
ช่าง อย่างที่ปู่ ย่า ตา ทวด เคยเป็น
นายอังคารเป้นศิลปินที่มีผลงานเป็นที่ยอมรับทางด้าน
วรรณศิลป์และทัศนศิลป์ เขาจึงเป็นที่รู้จักในฐานะ จิตกรกวีผู้ซึ่วจะซ่อนเร้นภาษาไว้สุดห้วงลึกแห่งวิญญาณ
และเมื่อเขาตายไปก็จะ ฝังวาจา
ไว้ในแผ่นดิน เขาถือเป็นหน้าที่ที่จะสะสมสิ่งสุนทรีย์วิเศษได้
นฤมิตในงาน ศิลปกรรม
นายอังคารแต่งงานกับนางอุ่นเรือน มีบุตรชาย
๑ คน ซื่อภูหลวง และบุตรสาว ๒ คน ชื่อ อ้อมแก้วและวิษาขะ
เมื่อมีผู้ถามว่า เริ่มแต่งกวีนิพนธ์ตั้งแต่เมื่อไร
นายอังคารตอบว่า "ตั้งแต่เกิดมาก็รู้สึกอยากเขียนแล้วที่จริงรู้สึกมาแต่ชาติก่อน"
และเมื่อมีผู้ถามว่า แต่งกวีนิพนธ์ได้กี่บท
นายอังคารก็ตอบว่า "อันกวีนิพนธ์นั้นเป็นสิงที่นับไม่ได้
เรานับเม็ดทรายบนหาดหรือต้นไม้ในป่าไม่ได้ฉันใด กวีนิพนธ์ก็ฉันนั้น
กวีนพนธ์เป็นชีพจรรและเป็นส่วนหนึ่งของสมหายใจผม"
อย่างไรก็ตาม ได้มีการรวบรวมผลงานของนายอังคาร
กัลยาพงศ์ และตีพิมพ์เป็นเล่มดังต่อไปนี้
๑.กวีพนธ์ของอังคาร กัลยาณพงศ์
๒.ลำนำภูกระดึง
๓.บางบทจากสวนแก้ว
๔.บางกอกแก้วกำสรวล หรือนิราศนครศรีธรรมราช
๕.หยาดน้ำค้างคือน้ำตาของเวลา
นายอังคาร กัลยาณพงศ์ ได้รับรางวัลด้านวรรณศิลป์ ดังนี้คือ
พ.ศ.๒๕๑๕ ได้รัลรางวัลดีเด่น ของมูลนิธิเสฐียรโกเศศและนานะประทีป
พ.ศ.๒๕๒๙ ได้รับรางวัลซีไรท์ จากบทกวีรวมเล่มชื่อ ปณิธานกวี
|