| :: ชมประวัติศาสตร์ ณ วัดเขาขุนพนม | |
|
| |
| ได้เวลาเขียนซะที สำหรับบทความนำเที่ยว แบบไม่มีแบบแผน เขียนตามที่นึกได้ ส่วนสมาชิกนครทูเดย์ท่านใด มีเรื่องเที่ยว
สวยๆ เด็ดๆ ในเมืองนครศรีธรรมราชแห่งนี้ ส่งบทความมาที่อีเมล์ผมนายอักษร wruankaew@hotmail.com
ยินดีลงให้ เพื่อจะได้ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวในบ้านเราให้ดีขึ้น(สักเล็กน้อยก็ยังดี)
ปฐมฤกษ์ ขอนำท่านทั้งหลายไปสู่สถานที่ที่เป็นมงคล และมีประวัติศาสตร์ความเชื่อที่เล่าสืบต่อกันมายาวนาน คู่กับเมืองนครศรีธรรมราช
นั่นก็คือ วัดเขาขุนพนม ซึ่งตั้งอยู่ที่ อ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช ผมเป็นคนนครแท้ๆ ยอมรับว่าไม่เคยไปเลย เป็นครั้งแรก
ได้แต่ขับรถผ่านไปผ่านมาสมัยวิ่งติดตั้งงานตามโรงเรียนต่างๆ วันนี้โอกาสดี เขาให้ทำเว็บไซต์ของวัดเขาขุนพนมเนื่องในโอกาส
จัดสร้างเหรียญสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช รุ่น 1 สร้างพระบรมราชานุสาวรีย์
ประมาณเที่ยง ออกจากตัวเมืองนครศรีธรรมราช มุ่งหน้าไปทางมหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช ประมาณ 40 นาทีก็ถึงวัดแล้วละครับ
สภาพวัดจะอยู่ติดกับภูเขาเล็ก(แต่ก็สูงเอาการทีเดียว) ไปถึงก็พูดคุยเรื่องข้อมูลจัดทำเว็บกับทางเจ้าหน้าที่เล็กน้อย ก่อนจะออกเดินทาง
เก็บภาพสวยๆ ภายในวัด ซึ่งสถานที่แรกที่เราได้เข้าไปเก็บภาพคือ อาคารพระตำหนัก แล้วก็มีพระอาจารย์ท่านหนึ่ง(ขออภัยอย่างสูง ลืมชื่อท่าน)
มาทำหน้าที่เป็นไกด์ให้ ท่านบอกว่าท่านไม่ได้เป็นคนที่นี่ เดินทางมาเพราะพ่อ(พระเจ้าตากสิน)บอกให้มา มาทำอะไรก็ไม่รู้ พอมาถึงก็มีหน้าที่
ให้ต้องทำ ในการช่วยเจ้าอาวาสดูแลวัด และเป็นมัคคุเทศก์นำผู้มาเยือนเยี่ยมชมบริเวณถ้ำเหวตากฟ้า ซึ่งถ้ำแห่งนี้ เชื่อกันว่าเป็นที่ประทับ
ของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
เริ่มต้น พระอาจารย์พาเราเดินขึ้นบรรไดพญานาค ความสูงประมาณ 250 ขั้น พระอาจารย์พูดแนะนำสถานที่ไปพลางก็เดินนำหน้าไป
คงไม่ได้หันมามองเรา ผมจอดตั้งแต่ไม่ถึงร้อยขั้น ขอนั่งพักเข่าก่อน โดยระหว่างทางขึ้นก็จะมีศาลาพัก มีกุฏิพระ
ผมพักนิดหน่อยก็ออกเดินต่อ สู่บริเวณหน้าถ้ำ พระอาจารย์ก็พาเข้าไปชมสถานที่ทำวิปัสนา เป็นถ้ำเล็กๆ ทางเข้ามีรูปยักษ์แขนขาด ซึ่ง
พระอาจารย์ก็อธิบายว่าเป็นปริศนาให้คิด ว่าเป็นยักษ์ที่ไม่มีพิษภัยเพราะไม่มีแขนแล้ว มีแต่ดวงตาไว้เฝ้ามองเท่านั้น เมื่อเดินผ่าน
ยักษ์ 2 ตนไป(และต้องหลบกองขี้ค้างคาว) ก็ถึงปากทางเข้า ซึ่งเป็นประตูเล็กๆ ต้องมุดเข้าไป ภายในอากาศเย็น และเป็นถ้ำเล็กๆ
เพดานถ้ำมีรูปวาดโบราณที่เลือนไปบ้างแล้ว แต่ก็พอจะมองเห็นเค้าโครงอยู่บ้าง ฝาผนังถ้ำมีพระพุทธรูปหิน ซึ่งพระอาจารย์บอกว่า
เป็นพระพุทธรูปที่แกะโดยพ่อ(พระเจ้าตากสิน) สภาพที่เห็นมีการบูรณะแล้วเพราะมีปูนใหม่ผสมอยู่
อยู่ในถ้ำสักพักก็ออกมา ด้านซ้ายมือเป็นกำแพง ที่จำลองแบบจากกำแพงเมือง มีการนำจานกระเบื้องมาประกอบการตกแต่ง แต่บางส่วน
ก็หลุดหายไปแล้ว ได้มีการนำจานใหม่มาซ่อมแซมแทน ผ่านกำแพงไป ก็จะมีพระพุทธรูปโบราณ ซึ่งเชื่อว่าสร้างในสมัยพระเจ้าตากสินเช่นกัน
หลังจากนั้น ผมก็ขึ้นบันไดไปอีกหน่อย เป็นที่ตั้งของรอยพระพุทธบาทจำลองแกะอยู่บนไม้เนื้อแข็ง บางส่วนก็ผุไปบ้าง แต่สภาพโดยรวม
ยังอยู่ในสภาพดีมาก พระอาจารย์บอกว่า เคยมีคนมาขอถอดรหัสรอยพระพุทธบาท บอกว่าจะนำรายได้มาช่วยวัด แต่ก็หายไป พอแกะได้
ก็ไม่ได้นำมาทำประโยชน์แก่วัด กลับนำไปใช้ส่วนตัว ตอนนี้ชายคนนั้นได้เสียชีวิตไปแล้ว
เสร็จจากรอยพระพุทธบาท ถึงเวลาที่จะต้องลงไปที่ถ้ำเหวตากฟ้า ทางลงเหวชันมาก ต้องมีการโรยเชือกไว้ให้จับ ซึ่งมีความสูงประมาณ 18 เมตร
ภายในถ้ำด้านล่าง มีการสร้างพระใหญ่ไว้ ด้านบนมีช่องแสงสามารถส่องเข้ามาได้ ด้านข้างๆถ้ำมีร่องรอยการใช้เป็นสถานที่ทำสมาธิ และเดินจงกรม
พระอาจารย์บอกว่า จะมีคนมาทำสมาธิบ่อย ฤษีก็มีเยอะ บางครั้งก็เป็นชาวต่างประเทศ มาทำสมาธิครั้งละหลายๆวัน
แต่ปีนี้เจ้าอาวาสไม่อนุญาตให้เข้ามา ภายในถ้ำอากาศเย็นสบาย ไม่มีเสียงใดๆเล็ดลอดเข้ามาเลย ทำให้เงียบมาก พระอาจารย์บอกว่า
นี่เป็นอีกเหตุผลที่ทำให้ คนที่มาทำสมาธิสามารถทำสมาธิได้ดี เดินชมและถ่ายรูปได้สักพัก ก็ถึงเวลาออกจากถ้ำ
ลงมาสู่ด้านล่าง ต้องนั่งพักครับ เพราะขาสั่น แต่ก็ถือว่าคุ้มค่ามาก ได้ทั้งภาพ ได้ทั้งความรู้ที่น่าสนใจ เป็นประวัติศาสตร์ของเมืองนครศรีธรรมราช
ใครว่างๆ ก็แวะไปเที่ยวได้ จะไปปฏิบัติธรรมก็ไม่ว่ากันครับ ตอนนี้ทางวัดเขาอยู่ในช่วงสร้างเหรียญสมเด็จพระเจ้าตากสิน ซึ่งจะนำรายได้
มาสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ ให้พวกเราได้สักการะกัน ก็แวะไปร่วมทำบุญกันได้ และสามารถชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.watkhaokhunphanom.com | อ่านครั้งที่ 8060 เขียนโดย : นายอักษร 06-08-2553 เวลา 00:28:44 น. |
|
|
|
|
|
|
|